สนามคัมป์นู (Camp Nou)

By | October 9, 2017

branyploty

อย่างที่บอกข้างต้นว่าบาร์เซโลน่าขึ้นชื่อเรื่องทีมฟุตบอลประจำเมือง ดังนั้นหากอยากถูกเรียกว่ามาถึงบาร์เซโลน่าแล้วจริง ๆ ละก็ คุณจะต้องเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศของสนามฟุตบอลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปแห่งนี้ โดยมีความจุถึง 99,000 คน เลยทีเดียว นอกจากนี้หากอยากซึมซับบรรยากาศสไตล์คอบอลก็อย่าเพียงแค่มาทัวร์นะคะ แต่คุณต้องนั่งชมเกมการแข่งขันแบบสด ๆ ด้วย ยิ่งเวลาที่ฝ่ายเจ้าบ้านคว้าชัยชนะด้วยแล้ว คุณจะสัมผัสได้ถึงพลังงานอันยิ่งใหญ่ของแฟนบอลที่ชวนขนลุกทีเดียว

ตอนเริ่มต้นสโมสรบาร์เซโลนา เล่นที่สนามกัมเดลาอินดุสเตรีย ซึ่งเป็นเพียงสนามกีฬาเอนกประสงค์ที่หลาย ๆ กีฬามาใช้พื้นที่นี้ร่วมกัน ยังไม่มีสนามสำหรับเล่นฟุตบอลเพียงอย่างเดียว มีความจุของจำนวนผู้ที่สามารถเข้าชมได้เพียงแค่ประมาณ 10,000 คน ต่อมาในปี ค.ศ.1922 มีคนดูเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เท่า เป็นจำนวน 20,000 คน ทำให้สโมสรบาร์เซโลนามีความคิดที่จะสร้างสนามกีฬาให้ใหญ่กว่าเดิม จึงเกิดสนามกัมเดเลสสกอต์เกิดขึ้น การขยายพื้นที่ในครั้งนี้ทำให้สนามใหม่สามารถจุคนได้ถึง 20,000 คน

ดูเหมือนความนิยมในการชมฟุตบอลของบาร์เซโลน่าจะมากขึ้นเรื่อย ๆ ธุรกิจที่เกี่ยวกับฟุตบอลก็ขยายเติบโตไปตามความนิยมด้วยตลอดเวลา ความสมบูรณ์ของฟุตบอลไม่ได้มีแต่นักเตะ กับลูกบอล แต่สิ่งที่ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบในการดูฟุตบอลชอบดูไปมากขึ้น นั่นคือการดูบอลแบบสด ๆ และการได้ดูบอลจากในสนาม

หลังจากสงครามกลางเมืองสเปนจบสิ้นลง ผู้คนอยู่ในช่วงที่ต้องการความบันเทิง เพื่อกลับมาสู่การใช้ชีวิตปกติ ทำให้มีการขยับขยายอัฒจันทร์ฝั่งทิศใต้เพิ่มขึ้นอีกในปี ค.ศ.1946 และในปีค.ศ.1950 ก็ทำการขยายฝั่งทิศใต้อีกครั้ง หลังจากนั้นสนามกัมเดเลสสกอต์สามารถจุคนได้ถึง 60,000 คน คราวนี้สนามคัมป์ นูจึงเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1954  วางศิลาฤกษ์ก้อนแรก โดยมีผู้ว่า เฟลีเป อาเซโด โกลังกา ทำพิธิโดยอาร์ชบิชอปแห่งบาร์เซโลนา เกรโกเรียว โมเดรโก โดยใช้เวลาสร้างถึง ปี ใช้ค่าก่อสร้างไปทั้งหมดประมาณ 288 ล้านเปเซตา เกินงบประมาณที่ตั้งไว้ถึง 366% ถึงแม้จะเกินงบการก่อสร้าง แต่นักลงทุนมองเห็นโอกาสที่จะทำกำไรได้มากขึ้น และเร็วยิ่งขึ้น จึงไม่หยุดการลงทุนในการสร้างสนามในครั้งนี้